5 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนการติดต่อโรงงานเพื่อผลิตร่มที่มีคุณภาพ
ในยุคที่ร่มไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์กันแดดกันฝนอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น สื่อโฆษณา และ ของพรีเมียมยอดนิยม สำหรับองค์กร แบรนด์สินค้า งานอีเวนต์ และ ของแจกทางการตลาด การสั่งผลิตร่มกับโรงงานโดยตรงจึงเป็นทางเลือกที่หลายๆธุรกิจให้ความสนใจ เพราะจะสามารถออกแบบได้เอง ควบคุมงบประมาณ และ สร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์สั่งผลิตร่มมาก่อน มักเจอปัญหา เช่น ได้ร่มไม่ตรงแบบ , วัสดุไม่ตรงตามที่คาดหวัง , งบบานปลาย , ระยะเวลาผลิตล่าช้า และ งานพิมพ์โลโก้ไม่สวย ไม่ทน ทั้งหมดนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากคุณ เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนติดต่อโรงงานผลิตร่ม ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมก่อนสั่งผลิตร่ม เพื่อให้การทำงานกับโรงงานเป็นไปอย่างราบรื่น ได้ร่มคุณภาพ ตรงความต้องการ และคุ้มค่ากับงบประมาณมากที่สุด
ทำไมต้องเตรียมข้อมูลก่อนสั่งผลิตร่ม
การสั่งผลิตร่มเป็นงานที่มีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นโครงร่ม ผ้า พิมพ์โลโก้ กลไกเปิดปิด ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ หากลูกค้าไม่มีข้อมูลชัดเจนตั้งแต่ต้น อาจทำให้ สื่อสารกับโรงงานคลาดเคลื่อน , ต้องแก้แบบหลายรอบ , เสียเวลา และ ค่าใช้จ่ายเพิ่ม และ อาจได้สินค้าที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง การเตรียมข้อมูลล่วงหน้าจึงจะ ช่วยให้ โรงงานสามารถเสนอแบบ และ ราคาที่เหมาะสมได้ ยังควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และ ประหยัดเวลา และ งบประมาณได้อย่างแท้จริง
แนะนำ 5 ที่ควรเตรียมพร้อมก่อนติดต่อโรงงานเพื่อสั่งผลิตร่ม
- เลือก “ประเภทของร่ม” ให้เหมาะกับการใช้งาน
ร่มแต่ละชนิดมีโครงสร้าง และ วัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน การเลือกประเภทให้ชัดเจนจะช่วยให้โรงงานสามารถประเมินราคาได้แม่นยำ เช่น- ร่มตอนเดียว (Standard Umbrella): เป็นร่มรุ่นยอดนิยม ที่มีความแข็งแรงทนทานที่สุด มีขนาดตั้งแต่ 16 – 24 นิ้ว
- ร่มพับ (Folding Umbrella): เน้นความสะดวกในการพกพา มีทั้งแบบ 2 ตอน และ 3 ตอน (ยิ่งตอนเยอะ ยิ่งมีขนาดเล็กเมื่อพับเก็บ)
- ร่มกอล์ฟ (Golf Umbrella): จะมีขนาดใหญ่พิเศษ (30 นิ้วขึ้นไป) มักมีโครงสร้าง 2 ชั้น (Double Layer) เพื่อระบายลม ไม่ให้ร่มต้านลมจนพับงอ
- ร่มกลับด้าน (Inverted Umbrella): เป็นนวัตกรรมใหม่ที่หุบเก็บโดยเอาด้านที่เปียกไว้ข้างใน เหมาะมากสำหรับคนใช้รถ
- เข้าใจเรื่อง “วัสดุโครงร่ม” (The Framework)
โครงร่ม คือ “กระดูกสันหลัง” ที่กำหนดความทนทาน และ ราคาของร่ม โดยวัสดุที่คุณควรพิจารณามีดังนี้- โครงเหล็ก (Steel): จะมีความแข็งแรง ราคาประหยัด แต่มีน้ำหนักมาก และ อาจเกิดสนิมได้หากดูแลไม่ดี
- โครงอลูมิเนียม (Aluminum): มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม จึงเหมาะสำหรับร่มพับพกพา
- โครงไฟเบอร์กลาส (Fiberglass): เป็นวัสดุที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง โค้งงอได้โดยไม่หักเมื่อโดนลมแรง และ มีน้ำหนักเบา
- สเปกเนื้อผ้า และ คุณสมบัติการกันแดด/กันฝน
ผ้าที่ใช้ทำร่มไม่ได้มีแค่สีสัน แต่มีเรื่องของ “ความหนา” และ “สารเคลือบ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องเข้าใจเนื้อผ้าแต่ละประเภท ได้แก่- ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester): เป็นผ้ามาตรฐานทั่วไป ที่มีความยืดหยุ่นดี และ มีสีสด
- ผ้าพองจี (Pongee): จะมีเนื้อผ้าที่ละเอียด ผิวสัมผัสนุ่มกว่า แห้งไว และ ทนทานกว่าโพลีเอสเตอร์ทั่วๆไป
- เคลือบ UV (Silver Coated / Black Coated)
- Silver Coating: เป็นการเคลือบสีเงินด้านในผ้า เพื่อช่วยสะท้อนความร้อน และ กันรังสียูวี
- Black Coating (Vinyl): จะเป็นเคลือบสีดำหนาพิเศษ จึงสามารถกัน UV ได้เกือบ 100% และ ช่วยลดอุณหภูมิใต้ร่มได้ดีกว่า
- งานพิมพ์ และ ตำแหน่งสกรีน (Branding)
การเตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์ก (Artwork) ให้พร้อมจะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมากในการสั่งผลินร่ม โดยควรเตรียมดังนี้- ไฟล์ Vector: ควรเตรียมโลโก้ในรูปแบบไฟล์ .AI หรือ .EPS เพื่อให้ภาพคมชัดไม่แตกเมื่อขยายใหญ่
- จำนวนสีสกรีน: ยิ่งสีเยอะ ราคาจะยิ่งสูง หากต้องการประหยัดควรจำกัดสีให้อยู่ในระบบ Pantone ที่ชัดเจน
- ตำแหน่งการวาง: ร่มมี 8 ช่อง (Panels) คุณต้องระบุว่าจะสกรีนกี่จุด (เช่น สกรีน 2 จุดสลับกัน หรือสกรีนทุกช่อง) ให้ชัดเจนเสมอ
- จำนวนการผลิต และ ระยะเวลา (Lead Time)
ข้อสุดท้ายที่เป็นตัวกำหนด “ความเป็นไปได้” ของโปรเจกต์ในการสั่งผลินร่ม โดยประกอบไปด้วย 2 ปัจจัยต่างๆดังนี้- Minimum Order Quantity (MOQ): โดยทั่วไปโรงงานจะมีขั้นต่ำในการสั่งผลิตที่ 100 – 300 คัน ยิ่งสั่งเยอะ ราคาต่อหน่วยจะยิ่งถูกลงมากขึ้น
- ระยะเวลาผลิต: ช่วงหน้าฝน หรือ ปลายปีที่เป็นช่วงแจกของขวัญ คิวโรงงานจะแน่นมาก ปกติจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 วันทำการหลังสรุปแบบ ดังนั้นควรเผื่อเวลาสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ในการ สั่งผลิตร่มจำนวนมาก
โดยการเตรียมข้อมูลทั้ง 5 ข้อนี้ จะทำให้คุณดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายตาโรงงาน และ ยังช่วยลดข้อผิดพลาดในการผลิตร่มได้อย่างมหาศาล ที่สำคัญที่สุด คือ อย่าลืมขอ “ตัวอย่างก่อนผลิตจริง” (Pre-production Sample) เพื่อตรวจสอบสีผ้า และ ความแข็งแรงก่อนเริ่มเดินเครื่องผลิตทั้งหมดครับ ดังนั้นหากต้องการสั่งผลิตร่มกับผู้ประกอบการที่มีความเป็นมืออาชีพ และ ยังมีบริการครบวงจร






